อุตสาหกรรมยานยนต์ : การตรวจสอบเป็นสิ่งที่สำคัญในการควบคุมคุณภาพ

อุตสาหกรรมยานยนต์: การตรวจสอบเป็นสิ่งที่สำคัญในการควบคุมคุณภาพ

ภายในกว่าสิบปีที่ผ่านมา วงการยานยนต์นั้นได้มีเหตุการณ์ที่ผู้ผลิตจำเป็นต้องเรียกสินค้าคืนอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งมักจะเรียกคืนเมื่อมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นหลังนำไปใช้จริง ซึ่งนอกจากจะอันตรายต่อชีวิตของผู้คนแล้ว ยังทำให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของบริษัทอีกด้วย เหตุการณ์เหล่านี้ได้ทำให้เหล่าผู้รับจ้างผลิตอุปกรณ์(OEMs)จำเป็นจะต้องมีการผลิตที่ดีที่สุดในสายการผลิต​

 

จากการศึกษาและวิจัยตลาดได้พบว่าอุตสาหกรรมยานยนต์นั้นกำลังไปในทางที่ดีขึ้นในด้านของโอกาสที่เพิ่มขึ้นในปีต่อๆมา ซึ่งจะต่อเนื่องไปจนถึงอย่างน้อยปี2025 แม้ว่าจะมีความแตกต่างของแต่ละพื้นที่มากแค่ไหนก็ตาม ชิ้นส่วนและวัสดุของอุปกรณ์ยานยนต์นั้นจะต้องผ่านการทดสอบที่เข้มงวดและต้องผ่านเกณฑ์สูงสุดของอุตสาหกรรมตามกฎหมาย การวิเคราะห์ตรวจสอบต่างๆเพื่อการทดสอบOEMโดยเฉพาะ ทั้งมาตรฐานภายในประเทศ(BS, ASTM, DIN, JASO) และมาตรฐานสากล(ISO, EN, SAE) เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการผลิตชิ้นส่วนเพื่อให้มั่นใจว่าจะออกมามีคุณภาพและใช้งานได้ตามที่ระบุไว้

 

ความท้าทายทางเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมยานยนต์ได้แก่ การเชื่อมต่อและยานยนต์ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า รวมไปถึงทุกๆอย่างที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเติบโตของระบบAIในรถยนต์ในอนาคตที่กำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งไม่ได้จำกัดแค่เรื่องเกี่ยวกับการขนส่งแต่รวมไปถึงเครือข่ายข้อมูลต่างๆ ตั้งแต่การจัดการสื่อต่างๆของมือถือสมาร์ทโฟนและระบบนำทาง การใช้ข้อมูลที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว จราจร สิ่งบันเทิง ร้านค้า และความช่วยเหลือฉุกเฉิน และแน่นอนว่าผู้ผลิตรถยนต์จะต้องพัฒนาเรื่องการแจ้งเตือนความปลอดภัยและให้ความสนใจเกี่ยวกับความปลอดภัยภายในตัวรถเช่นกัน

 

คุณภาพของวิธีแก้ไข

เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์จะต้องทุมเทกับสิ่งที่ดีที่สุดในท้องตลาด ตั้งแต่การขนส่งไปถึงกลยุทธ์การผลิต การที่ผู้ผลิตจะต้องคำนึงถึงขนาดนี้นั้น เป็นผลมาจากความสำคัญของการทดสอบต่างๆที่จะต้องผ่านให้ได้ มันเป็นเรื่องสำคัญมากๆที่ว่าผู้ที่อยู่ในวงการนี้ รวมไปถึงผู้ที่คอยตรวจสอบและแก้ปัญหาภายในนั้น จะต้องหาพารท์เนอร์ที่เหมาะสมที่สุดที่ผ่านการทดสอบเพื่อที่จะมาช่วยพัฒนาและตามความต้องการของผู้บริโภคให้ทัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการทดสอบชิ้นส่วนยานยนต์ต่างๆ

 

เมื่อเทียบกับส่วนอื่นแล้ว ขั้นตอนการตรวจสอบในอุตสาหกรรมยานยนต์นั้นมีขั้นตอนการทดสอบซึ่งจะช่วยเพิ่มความมั่นใจในประสิทธิภาพในทุกขั้นของการผลิต ทุกขั้นตอนนั้นตั้งมีความใส่ใจและทดสอบอย่างละเอียด และหวังว่าจะบรรลุเป้าให้เป็น 0ppm (มีชิ้นส่วนผิดพลาดเป็น0ต่อหนึ่งล้านชิ้น)

 

เมื่อขั้นการประกอบระบบวงจรไฟฟ้าสมบูรณ์ การตรวจสอบขั้นแรกก็คือ การตรวจสอบภายในวงจร ซึ่งอาจรวมไปถึงโปรแกรมของตัวควบคุมแบบไมโคร และเมมโมรี่แบบฝังของเครื่องมือเพื่อให้มั่นใจว่ามีโค้ดที่ถูกต้อง ส่วนใหญ่แล้วทั้งสองอย่างนี้จะอยู่ในระบบเดียวกันหากเป็นไปได้ เพื่อลดจำนวนการทดสอบลง

 

ขั้นตอนต่อไปคือ การตรวจสอบฟังก์ชั้นของชิ้นส่วน ก่อนที่จะนำเข้ามาประกอบเข้าด้วยกัน รวมถึงส่วนเครื่องยนต์ด้วย ตัวอย่างเช่น ทดสอบการสึกกร่อน – เป็นการจำลองการโดนฝน ตามด้วยจำลองการตากแดดและความร้อน ซึ่งวงจรการทดสอบ(รวมไปถึงระยะเวลาที่จะโดนแสงสลับกับความมืด)จะขึ้นอยู่กับวิธีนั้นๆ ทั้งนี้ก็เพื่อให้มั่นใจว่าตัวชิ้นส่วนนั้นๆจะใช้งานได้ตามที่ตั้งใจไว้ ข้อดีของการทดสอบชนิดนี้ก็คือ จะสามารถปรับแต่งการทดสอบ และรู้ถึงข้อจำกัดของชิ้นส่วนแต่ละชิ้นได้อย่างดี

 

เมื่อนำชิ้นส่วนมาประกอบกันแล้ว ก็จะถูกส่งไปตรวจสอบเพิ่มเติม ก่อนที่จะถูกส่งมอบให้กับลูกค้าเพื่อติดตั้งกับตัวยานพาหนะ ส่วนนี้มักจะถูกเรียกว่าส่วยปลายสายการผลิตนั้น มีเพื่อไว้ให้ปรับแต่งปรับปรุงอุปกรณ์เป็นครั้งสุดท้ายซึ่งมักจะตรวจสอบด้วยบุคคลภายนอก ซึ่งจะมีข้อจำกัดในการแก้ไขอยู่บ้าง ปกติแล้วขั้นตอนนี้จะต้องใช้อุปกรณ์เสริมแบบเฉพาะต่างๆมาเพื่อจำลองสถานการณ์ต่างๆที่มีผลต่อผลิตภัณฑ์ ตัวอย่างที่เห็นได้ทั่วไปก็คือการทดสอบถ่วงน้ำหนักหรือทดสอบGPS

 

สุดท้ายตัวอุปกรณ์ก็จะถูกส่งไปที่สถานที่ตรวจอีกส่วน ที่เอาไว้ทดสอบขีดจำกัดในการใช้งานจริงของอุปกรณ์นั้นๆ ซึ่งจะช่วยให้เห็นถึงข้อจำกัดและปัญหาต่างๆของอุปกรณ์ที่เรียกได้ว่า “ข้อจำกัดตามธรรมชาติ” ซึ่งก็คือสิ่งที่จำเป็นต้องเกิดขึ้นเพราะตัวของความสามารถของอุปกรณ์นั้นๆ ปกติแล้วจะต้องใช้เวลาค่อนข้างนานในการทดสอบ และจะใช้กับ “สินค้าตัวอย่าง” มากกว่าทดสอบทุกๆชิ้นที่ผลิต

 

สิ่งที่จะทำให้ยุ่งยากขึ้นก็คือ มันจะต้องมีปัจจัยหลายๆอย่างในวัตถุชิ้นนั้นๆ ไม่ได้แค่สำหรับโมเดลยานยนต์ที่ต่างกัน แต่ยังรวมไปถึงตลาดที่จะขายอุปกรณ์ นอกจากนั้นการที่จะต้องสามารถย้อนดูสายงานทั้งหมดและติดตามต่อไปก็เป็นเรื่องสำคัญในการที่จะทำให้เปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วหากมีปัญหาขัดข้องเกิดขึ้น (อย่างเช่น การเรียกคืนเป็นต้น)

 

ในการที่จะไปถึงเป้าหมายที่ 0ppmนั้น นอกจากจำเป็นจะต้องระบุได้ว่ามีปัญหาที่ส่วนใดในการผลิตและจะแก้ยังไง ยังต้องหาวิธีลดข้อผิดพลาดจากมนุษย์ที่เกิดจากการดำเนินการในสายงานอีกด้วย วิธีแก้ปัญหาแบบนี้เริ่มต้นที่การลดโอกาสที่จะประกอบอุปกรณ์ผิดพลาดลง จากนั้นก็เป็นการทำให้มั่นใจว่ามีการทดสอบอย่างถูกต้องและเหมาะสม และไปถึงปลายสายการประกอบอย่างสมบูรณ์โดยการใช้ระบบสายงานที่ดี

 

นอกจากการทำงานที่มีประสิทธิภาพสูงแล้ว ผู้ทดสอบควรปรับแต่งระบบต่างๆภายใต้ความเคารพต่อทั้งโอเปอเรเตอร์และตัวสินค้าเพื่อให้มีคุณภาพที่ดี มีความยืดหยุ่นในการคิดเพื่อเปิดโอกาสมองหาวิธีแก้ปัญหาแบบใหม่ที่จะช่วยเพิ่มระดับให้เข้ากับมาตรฐานใหม่ของลูกค้า และสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ การการันตีคุณภาพด้วยการทดสอบระดับสูง เพื่อตอบสนองต่อความเข้มงวดในสายงานที่เพิ่มขึ้น

 

QUALITY REPORT นั้นเป็นผู้ที่มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญในการตรวจสอบด้านยานยนต์โดยเฉพาะ รวมไปถึงการตรวจสอบมาตรฐานทั่วไป และได้มีการตรวจสอบในรูปแบบเฉพาะที่จำเป็นต่างๆ ที่จะช่วยบ่งชี้และยืนยันคุณภาพที่ดีของตัวสินค้าได้

 

Source : https://www.satra.com/automotive

https://www.imrtest.com/markets/automotive-industry-testing

https://www.seica-na.com/automotive-industry-quality-requirements-testing-key-factor

 

 13-14-qualityreport_co_th_RIKUMATSUO-EDIT2

All rights reserved @2015-2019 Quality Report

QUALITY REPORT CO., LTD.

390 Soi Yothin Pattana, 
Praditmanootham Rd,
Kwangklongchan, KhetBangkapi
Bangkok 10240 Thailand

Fax: (662) 946-6644

Tel:   (662) 946-9988

QR TESTING & TECHNICAL CENTER CO.,LTD.